ข้อบังคับสมาคม
ของ
ชมรมผู้ประกอบการธุรกิจดำน้ำแห่งประเทศไทย
เป้าหมายของชมรมเพื่อส่งเสริมประเทศไทยให้เป็นแหล่งดำน้ำระดับโลก
โดย
จัดตั้งศูนย์กลางการดำน้ำระดับมาตรฐานมืออาชีพในประเทศไทย
จัดกิจกรรมการจัดการและป้องกันทรัพยากรชายฝั่งทะเล
เข้าร่วมกับหน่วยงานเพื่อเป็นการรวมกลุ่มสำหรับการบริการอาสาสมัคร
ส่งเสริมธุรกิจเพื่อประโยชน์ของชุมชนการดำน้ำของประเทศไทย
ส่งเสริมความปลอดภัยทางทะเลของนักท่องเที่ยว
ส่งเสริมความรู้และการพัฒนาการประกอบอาชีพเกี่ยวกับการกีฬาดำน้ำสำหรับประชาชนชาวไทย
ชมรมไม่มีเจตนารมย์ในการจัดตั้งธุรกิจของตัวเองในทางใด
ๆ
ชักชวนให้สมาชิกที่สนใจผ่านทางบทสนทนากับหน่วยงานและฝ่ายที่สนใจ
การอ้างอิง
1.
อ้างถึงกฎข้อบังคับทั้งหลายในบทบัญญัติซึ่งหมายถึงกฎหมายแพ่งไทย
ว่าด้วยสมาคม
ข้อ 87-109 กฎข้อบังคับต่อไปนี้ควรได้บัญญัติเป็นกฎข้อบังคับของชมรม
ในข้อบังคับนี้
คำและข้อความที่กล่าวถึงในข้อบัญญัติต้องมีความหมายเดียวกันและคำเอกพจน์ควรได้รวมความหมายถึงนามพหูพจน์และในทางกลับกัน
คำที่มีความหมายเป็นเพศชายควรได้รวมความหมายถึงคำที่มีความหมายเป็นเพศหญิงและไม่มี
เพศและในทางกลับกัน
คำที่มีความหมายถึงบุคคลความได้รวมความหมายถึงหน่วยงาน
และองคภาวะทางกฎหมายซึ่งมีความเป็นตัวตนทางกฎหมาย
เงินทุน
2.
เงินทุนของชมรม
ณ ขณะที่เริ่มต้น
เป็นศูนย์
สมาชิกภาพ
3.
สมาชิกภาพของชมรมมี
4 ประเภทดังนี้
(1)
สมาชิกผู้ประกอบการดำน้ำ
(สมาชิกผู้มีสิทธิออกเสียงเต็มจำนวน)
ผู้ประกอบการดำน้ำซึ่งได้รับใบอนุญาติจากท.ท.ท.
(การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย)
เป็นนิติบุคคลและ/หรือบุคคลธรรมดา
ค่าธรรมเนียมสมาชิกต่อปี
– 3,000 บาท
(2)
สมาชิกกิตติมศักดิ์
(ไม่มีสิทธิออกเสียง)
เป็นบุคคลซึ่งได้รับการเชิญจากคณะกรรมการให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกซึ่งมีความเหมาะสมตามตำแหน่งของการทำงานหรือได้รับการแต่งตั้ง
ค่าธรรมเนียมสมาชิกต่อปี
– ไม่มี
(3)
สมาชิกผู้มีส่วนช่วยเหลือ (ไม่มีสิทธิออกเสียง)
เป็นบุคคลธรรมดา,
สมาคมซึ่งไม่หวังผลกำไร
(NGO) หรือหน่วยงานซึ่งห่วงใยต่อชุมชนดำน้ำของประเทศไทย
ค่าธรรมเนียมสมาชิกต่อปี
– 2,000 บาท
(4)
สมาชิกซึ่งรอการคัดเลือก (ไม่มีสิทธิออกเสียง)
เป็นสมาชิกผู้เข้ารับการคัดเลือกและกำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการให้ได้รับใบอนุญาติจากท.ท.ท.
ค่าธรรมเนียมสมาชิกจะมีการชำระเมื่อได้เป็นสมาชิกผู้ประกอบการดำน้ำแล้ว
(5)
สมาชิกย่อย
(ไม่มีสิทธิออกเสียง)
สมาชิกใด ๆ ซึ่งมีตำแหน่งมากกว่าหนึ่งบริษัทซึ่งประกอบธุรกิจดำน้ำหรือมีตำแหน่งอยู่ในบริษัทที่ได้รับใบ
อนุญาติจากท.ท.ท.มากกว่าหนึ่งบริษัทหรือมีความเกี่ยวข้องกับแฟรนไชส์กับบริษัทอื่นซึ่งมีชื่อ
เดียวกันจะมีสิทธิเป็นสมาชิกย่อย
ค่าธรรมเนียมสมาชิกต่อปี
– 1,000 บาท
ผู้สมัครใดๆ
สำหรับสมาชิกภาพซึ่งมีสิทธิออกเสียงต้องแสดงใบอนุญาติจากท.ท.ท.
ซึ่งยังไม่หมดอายุ,
ใบจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
และปฏิบัติตามกฎหมายไทย
กฎระเบียบข้อบังคับของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ใบรับรองสมาชิกภาพ
4.
บุคคลทุก
ๆ คนซึ่งมีชื่อเข้าร่วมเป็นสมาชิกในการจดทะเบียนสมาชิกภาพ
ภายหลังจากชำระค่าธรรมเนียมสมาชิกแล้ว
มีสิทธิได้รับใบรับรองซึ่งลงนามโดยประธานและเหรัญญิกหรือสมาชิกสองคนของคณะกรรมการ
ของชมรม โดยไม่มีการเป็นสมาชิกร่วมกัน
5.
หากใบรับรองฉีกขาดหรือสูญหายสามารถทำใหม่ได้โดยดูจากหลักฐานการฉีกขาด
หรือหลักฐานพิสูจน์การสูญหายและค่าชดใช้การเสียหายตามแต่กรรมการจะเห็นสมควรเรียก
สมาชิกคนใด
ๆ ได้รับใบรับรองต้องเก็บรักษาให้ปลอดภัยและชดใช้จากการสูญหายและความรับผิดซึ่งอาจเกิดขึ้น
จากการใช้ในทางที่ผิดหรือไม่ถูกต้องหรือนำไปแสดงโดยบุคคลอื่นโดยอ้างความเป็นเจ้าของในใบ
รับรองนั้น
ค่าธรรมเนียมสมาชิกภาพ
6.
สมาชิกภาพของชมรมควรได้ออกให้กับผู้ที่ชำระค่าธรรมเนียมสมาชิกเท่านั้น
7.
สมาชิกคณะกรรมการอาจ
(โดยมติ) แถลงการเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมสมาชิกโดยที่ในปีแรกของการจัดตั้ง
สมาชิกโดยมตินี้อาจกำหนดค่าธรรมเนียมสมาชิกหนึ่งปีไว้
สมาชิกภาพจะเริ่มตั้งแต่วันที่
1 มิถุนายนจนถึงวันที่
31 พฤษภาคมของปีถัดไป
โดยที่ในสมาชิกภาพในปีแรกจะเริ่มในเวลาใด
ๆ ที่ชมรมเริ่มจัดตั้งจนถึงวันที่
31 พฤษภาคม 2544
8.
ภายใต้บทบัญญัติของข้อบังคับในความนี้
สมาชิกภาพอาจออกให้ในวาระซึ่งอาจมีการไถ่ถอนได้หรือในทางเลือกของชมรมซึ่งง่ายต่อการไถ่
ถอนในวาระนั้นและในวิสัยที่คณะกรรมการจะเห็นเหมาะสมในก่อนหรือ
ณ เวลาที่ได้ออกการเป็นสมาชิกภาพนั้น
9.
คณะกรรมการอาจไถ่ถอนการเป็นสมาชิกภาพโดยปราศจากค่าใช้จ่ายใด
ๆ
เงินปันผล
10.
โดยที่ชมรมเป็นชมรมซึ่งไม่หวังผลกำไร
ดังนั้นจึงไม่มีการแบ่งปันเงินปันผลให้แก่สมาชิกของชมรม
การโอนการเป็นสมาชิกภาพ
11.
การเป็นสมาชิกที่จดทะเบียนของชมรมไม่สามารถโอนสิทธิได้
12.
ไม่มีการอนุญาติให้ออกใบรับรองการถือสมาชิกภาพ
การสืบทอดการเป็นสมาชิกภาพ
13.
การเป็นสมาชิกที่จดทะเบียนของชมรมไม่สามารถสืบทอดสิทธิได้
การริบการเป็นสมาชิกภาพ
14.
โดยที่มีการออกการเป็นสมาชิกภาพของชมรม
(1)
หากสมาชิกซึ่งประกอบธุรกิจดำน้ำด้วยความรู้
ความตั้งใจ
ไม่ปฏิบัติตามข้อผูกพันของกฎหมายหรือข้อบังคับโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการออกใบ
อนุญาติ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ครั้งต่อครั้ง
ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงกฎข้อบังคับ
ข้อกำหนดหรือกฎหมาย
คณะกรรมการต้องยื่นหนังสือบอกกล่าวแก่สมาชิกของชมรม
โดยกำหนดช่วงเวลาให้แก่สมาชิกแต่ละคนจะได้ปฏิบัติตามการเปลี่ยนแปลงของกฎข้อบังคับ
หรือกฎหมายนั้น
ๆ
(2)
หากสมาชิกซึ่งว่าจ้างพนักงานชาวต่างชาติโดยไม่ได้รับใบอนุญาติการทำงานที่ถูกต้อง เหมาะสม
(3)
หากหนังสือบอกกล่าวที่ออกให้และข้อกำหนดของหนังสือบอกกล่าวนั้นไม่ได้รับการปฏิบัติ
คณะกรรมการ
ณ เวลาใด ๆ โดยมติของคณะกรรมการอาจริบและยกเลิกสมาชิกภาพที่เกี่ยวข้องกับหนังสือบอกกล่าวนั้น
(4)
หากสมาชิกหรือพนักงานของสมาชิกจงใจอนุญาติให้เจ้าหน้าที่หรือลูกค้าทำการจับปลาโดย
ใช้ฉมวก, การเก็บเปลือกหอยหรือปะการัง,
การจับปลาหรือทอดสมอบนแนวปะการัง,
การทิ้งขยะในทะเลหรือทำความเสียหายหรือทำลายปะการังหรือทรัพยากรทางทะเลอื่น
ๆ
ชมรมจะไม่มีข้อผูกพันในการคืนเงินใด
ๆ ให้แก่สมาชิกซึ่งถูกยกเลิกการเป็นสมาชิกภาพและสมาชิกนั้นจะถูกเพิกถอนจากข้อผูกพันต่าง
ๆ ของชมรม
ขั้นตอนการริบสมาชิกภาพ
15.
คณะกรรมการต้องทำการสอบสวน
(โดยรูปแบบของกฎหมายไทยหรือกฎข้อบังคับของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
หรือกฎในข้อบังคับสมาคมซึ่งนำมาพิจารณา)
และต้องยื่นหนังสือบอกกล่าวแก่สมาชิกซึ่งถูกดำเนินการสอบสวน
ให้เข้าให้ปากคำภายในสิบสี่วันหลังจากได้รับหนังสือบอกกล่าวดังกล่าว
คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะกรรมการย่อยในเรื่องนี้
โดยที่คณะกรรมการหรือคณะกรรมการย่อยมีสิทธที่จะทำการสัมภาษณ์สมาชิกผู้ต้องหาและ/หรือ
พยานได้ คณะกรรมการมีช่วงเวลาไม่เกิน
45 วันในการหาข้อสรุปของการสอบสวนและแจ้งแก่สมาชิกผู้ต้องหาในผลสรุปนั้นและดำเนินการริบ
สมาชิกภาพ (หากมีความผิดจริง)
ระหว่างที่มีการสอบสวน
สมาชิกผู้ต้องหายังคงมีสิทธิและได้รับประโยชน์จากการเป็นสมาชิกภาพทุกประการ
สมาชิกที่ถูกริบสมาชิกภาพมีสิทธิจะเข้าสมัครเป็นสมาชิกอีกครั้งภายหลังจาก
6 เดือนของการริบสมาชิกภาพ
การประชุมสมาชิก
16.
คณะกรรมการสมาชิกอาจเรียกประชุมสมาชิกของชมรม
ณ เวลา ลักษณะ
และสถานที่ที่คณะกรรมการสมาชิกเห็นว่าสมควรหรือต้องการ
และควรเรียกประชุมสมาชิกหากมีการเรียกร้องเป็นลายลักษณ์อักษรของจำนวนสมาชิกมากกว่า
20%(ยี่สิบเปอร์เซนต์)
ของสมาชิกชมรม
โดยที่ต้องมีการเรียกประชุมสมาชิกอย่างน้อย
2 (สอง) ครั้งต่อปี
17.
การส่งหนังสือบอกกล่าวระบุสถานที่,
วันและเวลาของการประชุมและวาระทั่วไปของการประชุมควรทำในระยะเวลาอย่างน้อยเจ็ดวัน
ส่งให้แก่บุคคลที่มีชื่อ
ณ วันที่มีการส่งหนังสือบอกกล่าวนั้น
เป็นสมาชิกจดทะเบียนของชมรม
และมีสิทธิออกเสียงในการประชุม
และส่งให้แก่ตัวแทนหรือทนายความของผู้ถือสมาชิกภาพตามรายชื่อ
18.
การประชุมสมาชิกจะถือว่าถูกต้องตามกฎหมาย
โดยไม่คำนึงถึงว่าการจัดประชุมจะขัดแย้งกับข้อเรียกร้องในการส่งหนังสือบอกกล่าวที่ระบุในข้อ
16 หากหนังสือบอกกล่าวการประชุมถูกสละสิทธิโดยสมาชิกที่มีสิทธิเข้าร่วมและออกเสียงในการ ประชุมจำนวนอย่างน้อย
60 เปอร์เซ็นต์
และในวัตถุประสงค์นี้
การแสดงตนของสมาชิก
ณ ที่ประชุมจะถือว่าเป็นการกำหนดการสละสิทธิในส่วนของเขา
19.
หากมีความประมาทเลินเล่อของคณะกรรมการในการส่งหนังสือบอกกล่าวการประชุมให้แก่สมาชิกหรือตัวแทนหรือทนายความตามแต่กรณี
หรือเป็นความจริงว่าสมาชิกหรือตัวแทนนั้นหรือทนายความนั้นไม่ได้รับหนังสือบอกกล่าว
จะไม่ถือว่าเป็นการทำให้การประชุมเป็นโมฆะ
การดำเนินการประชุมสมาชิก
20.
ไม่มีการจัดการหัวข้อการประชุมใด
ๆ ในการประชุมถ้าหากไม่มีการแสดงตนองค์ประชุมของสมาชิกในเวลาเมื่อการประชุมได้ดำเนินเพื่อหัวข้อนั้น
องค์ประชุมควรประกอบด้วยสมาชิกที่เข้าร่วมโดยบุคคลหรือโดยตัวแทนซึ่งมีจำนวนไม่น้อยกว่า
หนึ่งในสามของสมาชิก
21.
ถ้าภายในครึ่งชั่วโมงนับจากเวลานัดการประชุม
องค์ประชุมไม่มาปรากฎในที่ประชุม
การประชุมนั้นควรจะถูกยกเลิก
และการประชุมครั้งใหม่จะถูกเรียกภายในอย่างน้อย
7 (เจ็ด) วันนับจากการประชุมครั้งสุดท้าย
โดยที่องค์ประชุมต้องประกอบด้วยจำนวนสมาชิกเข้าร่วมโดยบุคคลหรือตัวแทนไม่น้อยกว่า
20 เปอร์เซ็นต์
ณ เวลาที่มีการประชุม
22.
ในทุก ๆ ครั้งของการประชุม
ประธานชมรมควรเป็นประธานในการประชุม
ในกรณีที่ประธานไม่เข้าร่วมในการประชุม
สมาชิกควรได้มีการเลือกบุคคลหนึ่งในสมาชิกทั้งหมดนั้นเป็นประธาน
หากสมาชิกไม่สามารถเลือกประธานได้ไม่ว่าด้วยเหตุผลใด
บุคคลซึ่งปรากฎในที่ประชุมด้วยจำนวนเสียงที่สามารถออกเสียงได้มากที่สุด
ควรเป็นประธานในที่ประชุม
หรือบุคคลที่มีอาวุโสที่สุดควรได้เป็นประธาน
23.
ประธานโดยความยินยอมของที่ประชุมอาจเลื่อนการประชุมไปเป็นเวลาอื่น
สถานที่อื่น
แต่การประชุมที่เลื่อนไปนั้น
ไม่ควรมีหัวข้ออื่นใด
เว้นเสียแต่จะเป็นหัวข้อที่ยังคงค้างอยู่ในการประชุมจากการเลื่อนนั้น
ๆ
24.
ในการประชุมใด
ๆ มติของที่ประชุมจากการออกเสียงควรถูกตัดสินด้วยการยกมือแสดงเสียงข้างมากเว้นเสียแต่จะ
มีการสั่ง (ก่อนหรือ
ณ การประกาศผลการยกมือ)
ให้ลงคะแนนลับ
โดย
ก. ประธานในที่ประชุม
หรือ
ข. สมาชิกใด
ๆ ที่ปรากฎโดยตนเองหรือตัวแทนซึ่งจะต้องมีเสียงไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของเสียงที่มีสิทธิออกเสียงทั้งหมดในที่ประชุม
25.
เว้นเสียแต่จะมีการสั่งให้ลงคะแนนลับ
การประกาศโดยประธานในที่ประชุมถึงมติของที่ประชุมที่ออกเสียงโดยการยกมือ
ซึ่งจะมีการบันทึกเป็นหนังสือรายงานการประชุมของชมรม
ควรเป็นหลักฐานที่เพียงพอโดยมิต้องพิสูจน์ด้วยจำนวนหรือสัดส่วนของเสียงในการสนับสนุนและ
คัดค้านมตินั้น
26.
หากการลงคะแนนลับถูกสั่งอย่างเหมาะสม
การลงคะแนนนั้นควรได้ดำเนินไปตามที่ประธานจะสั่งการ
และผลของการลงคะแนนควรจะได้รับการพิจารณาให้เป็นมติของการประชุมตามการลงคะแนนลับนั้น
อย่างไรก็ดีคำสั่งให้ลงคะแนนลับอาจถูกเพิกถอนได้
27.
ในกรณีที่ผลการลงคะแนนออกมาเท่ากัน
ไม่ว่าจะเป็นการยกมือหรือการลงคะแนนลับก็ตาม
ประธานในที่ประชุมควรมีสิทธิที่จะสั่งให้มีการออกเสียงครั้งที่สอง
การออกเสียงของสมาชิก
28.
ในการประชุมสมาชิกครั้งใด
ๆ ไม่ว่าจะเป็นการยกมือหรือการลงคะแนนลับก็ตาม
ผู้ที่มีสิทธิออกเสียง
(สมาชิกผู้ประกอบการธุรกิจดำน้ำ)
ทุกคนที่มาปรากฎตัวด้วยตนเองหรือโดยตัวแทนควรมีสิทธิออกเสียงคนละหนึ่งเสียง
29.
มติที่ได้มีการแจ้งให้แก่สมาชิกทุกคนทราบในขณะเวลาที่ใช้สิทธิออกเสียงและได้รับการอนุมัติโดย
เสียงข้างมากของสมาชิกในลักษณะใดลักษณะหนึ่งโดยเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษร
หรือ โทรสาร,
เทเล็กซ์, โทรเลข,
เคเบิล หรือการติดต่อสื่อสารโดยวิธิอิเลคทรอนิคส์อื่นใด
(อีเมล์) ควรมีผลบังคับใช้เป็นมติของสมาชิกโดยทันทีโดยมิต้องมีคำบอกกล่าวใด
ๆ
30.
การออกเสียงอาจทำได้ทั้งโดยตนเองและโดยตัวแทน
31.
เอกสารสิทธิในการแต่งตั้งตัวแทนควรได้มีการจัดทำ
ณ สถานที่ที่มีการแต่งตั้งเพื่อการประชุมก่อนเวลาในการจัดการประชุมโดยระบุชื่อของบุคคลที่ได้รับ
การเสนอให้ออกเสียง
32.
เอกสารสิทธิในการแต่งตั้งตัวแทนควรอยู่ในรูปแบบที่ประธานในการประชุมจะยอมรับว่าเป็นหลัก
ฐานที่เหมาะสมตามเจตนารมณ์ของสมาชิกที่แต่งตั้งตัวแทน
33.
เอกสารสิทธิในการแต่งตั้งตัวแทนควรเขียนด้วยลายมือของผู้แต่งตั้งเว้นเสียแต่ว่าผู้แต่งตั้งเป็น
หน่วยงานบริษัท
หรือองคภาวะตามกฎหมายในรูปแบบอื่น
ประธานในที่ประชุมซึ่งอาจมีการออกเสียงโดยตัวแทนที่มีอำนาจ
อาจเรียกดูสำเนาเอกสารรับรองในอำนาจดังกล่าวซึ่งควรได้จัดทำภายในเจ็ดวันนับจากที่มีการร้องขอหรือการออกเสียงหรือมิฉะนั้นการออกเสียงโดยตัวแทนดังกล่าวควรให้เป็นโมฆะไป
หน่วยงานหรือบริษัทดูแลทรัพย์สินที่รักษาการโดยตัวแทนในการประชุม
34.
หน่วยงานใด
ๆ หรือองคภาวะตามกฎหมายในรูปแบบอื่นใดหรือบริษัทดูแลทรัพย์สินซึ่งอาจเป็นสมาชิกของชมรม
โดยมติของคณะกรรมการของเขา,
ผู้จัดการทรัพย์สินหรือหน่วยงานอื่นใดที่มีอำนาจตามความเหมาะสมที่ปฏิบัติตนเป็นตัวแทนในการประชุมสมาชิกของชมรม
และบุคคลที่ทรงไว้ซึ่งอำนาจนั้นควรมีสิทธิที่จะใช้อำนาจดังกล่าวในนามของหน่วยงานหรือบริษัทดูแลทรัพย์สินที่เขาเป็นตัวแทนเสมือนหนึ่งเป็นหน่วยงานหรือบริษัทนั้นที่จะพึงมีในฐานะของสมาชิก
ของชมรม
35.
กรรมการสมาชิกคนแรกควรได้รับการเลือกโดยสมาชิกในหนังสือบริคณห์สนธิ
ต่อมากรรมการสมาชิกที่เพิ่มเข้ามาอาจถูกเลือกโดยสมาชิกหรือคณะกรรมการสมาชิกที่คงอยู่ตาม
วาระที่สมาชิกหรือคณะกรรมการจะเห็นว่าสมควร
36.
กรรมการสมาชิกแต่ละคนจะดำรงตำแหน่งจนกว่าผู้สืบทอดของเขาจะเข้าครองแทนหรือจนกว่าเขาจะเสียชีวิต
ลาออก หรือย้ายออก
37.
ตำแหน่งที่ว่างลงในคณะบริหารงานอาจแทนที่ได้จากสมาชิกหรือกรรมการสมาชิกที่ยังคงอยู่
38.
กรรมการสมาชิกจะเป็นสมาชิกที่ชำระค่าสมาชิกเต็มจำนวนและถือใบรับรองการเป็นสมาชิกที่ยัง
ไม่หมดอายุและมีสิทธิเข้าร่วมและพูดในที่ประชุมของสมาชิกและการประชุมอื่น
ๆ ของผู้ถือสมาชิกภาพของชมรม
39.
โดยมติ
คณะกรรมการสมาชิกอาจกำหนดเงินตอบแทนของกรรมการสมาชิกในด้านการส่งหมายหรือใน
ส่วนใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพของชมรม
กรรมการสมาชิกอาจได้รับค่าใช้จ่ายที่เหมาะสมที่เกิดขึ้นจากการติดต่อในกิจการเพื่อประโยชน์ของชมรมซึ่งได้รับการอนุมัติโดยมติของคณะกรรมการสมาชิก
40.
ตำแหน่งของกรรมการสมาชิกจะว่างลง
ถ้าหากสมาชิกนั้น
ก. ถูกถอดถอนจากตำแหน่งนั้นโดยมติของสมาชิก
หรือมติของกรรมการสมาชิกอย่างน้อยสองในสาม
หรือ
ข. กลายเป็นบุคคลล้มละลายหรือถูกดำเนินการโดยเจ้าหนี้ของเขา
หรือ
ค. กลายเป็นบุคคลที่ไม่ปกติทางจิตใจ
หรือสภาพร่างกาย
สุขภาพไม่เอื้ออำนวยต่อการทำงาน
หรือ
ง. ลาออกจากตำแหน่งโดยเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษร
ต่อชมรม
41.
กรรมการสมาชิกอาจดำรงตำแหน่งอื่นของชมรม
(ยกเว้นจากผู้ตรวจสอบบัญชี)
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับงานของกรรมการสมาชิก
และอาจใช้ความสามารถวิชาชีพให้แก่ชมรมในวาระนั้นตามการตอบแทนและอื่นใดที่คณะกรรม
การสมาชิกจะดำเนินการ
เจ้าหน้าที่
42.
สมาชิกของชมรมโดยมติอาจแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของชมรมตามที่เห็นว่าจำเป็นและเหมาะสมในเวลา
นั้น ๆ
และเจ้าหน้าที่นั้นอาจประกอบเป็นกลุ่มบุคคล
43.
บุคคลใด
ๆ อาจมีตำแหน่งได้มากกว่าหนึ่งตำแหน่ง
และเจ้าหน้าที่ไม่จำเป็นต้องเป็นกรรมการสมาชิก
เจ้าหน้าที่ควรจะอยู่ในตำแหน่งจนกว่าจะถูกย้ายจากตำแหน่งโดยกรรมการ
หรือมีการแต่งตั้งทายาทเข้ารับตำแหน่งแทน
44.
เจ้าหน้าที่คนใด
ๆ ซึ่งเป็นนิติบุคคลอาจแต่งตั้งบุคคลใด
ๆ ให้เป็นตัวแทนที่มีอำนาจตามความเหมาะสมเพื่อเป็นตัวแทนและดำเนินกิจการของเจ้าหน้าที่ได้
อำนาจของคณะกรรมการสมาชิก
45.
กิจการของชมรมควรได้รับการจัดการโดยคณะกรรมการสมาชิกผู้ซึ่งจะชำระค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นและที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งชมรม
และอาจใช้อำนาจของชมรมที่ไม่ได้
(โดยกฎข้อบังคับหรือกฎระเบียบ)
เรียกร้องให้มีการใช้โดยสมาชิกภายใต้ตัวแทนที่ได้รับการแต่งตั้งเหล่านั้น
ข้อเรียกร้องนั้นอาจได้ระบุไว้ในมติของสมาชิก
แต่ไม่ควรมีข้อเรียกร้องใดโดยมติของสมาชิกสมควรเป็นต่อ
ถ้าหากไม่สามารถเข้ากันได้กับกฎเหล่านี้ของชมรม
หรือข้อเรียกร้องนั้นไม่ควรทำให้การดำเนินการก่อนหน้านี้ของคณะกรรมการสมาชิกเป็นโมฆะ
ซึ่งการดำเนินการเหล่านั้นควรดำเนินไปได้หากไม่มีข้อเรียกร้องดังกล่าว
46.
คณะทำงานของคณะกรรมการสมาชิกอาจมอบความรับผิดชอบและให้อำนาจกรรมการสมาชิกคนใด
ๆ หรือเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจในวาระและเงื่อนไขรวมถึงข้อจำกัดตามความเหมาะสม
อาจยกเลิก เพิกถอน
เปลี่ยนแปลงหรือผันแปรอำนาจนั้นได้ในแต่ละครั้ง
คณะกรรมการสมาชิกอาจให้อำนาจของเขาแก่กลุ่มคนที่ประกอบด้วยสมาชิกตามที่เห็นว่าเหมาะ
สม กลุ่มคนดังกล่าวที่มีการรวมตัวกันเป็นคณะกรรมาธิการควรมีสิทธิดำเนินการตามที่ได้รับมอบโดย
กฎของชมรมตาũ